Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
EveryThing is SEO Google Yahoo MSN / Claude Cowork ช่วยทำ seo
« Last post by thaitourtalk on March 02, 2026, 05:43:16 AM »
หลังจากที่โพสต์ก่อนได้ลองยกเคสการใช้ Claude Cowork กับการให้ช่วยรีวิวงบการเงินของธุรกิจไปบ้างแล้ว (ย้ำว่ามันใช้แทนคน 100% ไม่ได้นะครับ แต่ช่วยในแง่ทำความเข้าใจเบื้องต้นได้ เหมาะกับคนที่ไม่ได้มีทีมงาน หรือไม่ได้มีความเข้าใจด้านการเงินแล้วอยากเริ่มต้น) ก็มีอีกเคสหนึ่งที่ตัว Claude Cowork สามารถทำงานและช่วยกับธุรกิจ SME ได้พอตัวคือการเช็ค SEO ของตัวเว็บธุรกิจ ทั้งนี้เพราะตัว Claude Cowork นั้นมาพร้อมกับตัว Plugin ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเรื่องนี้โดยเฉพาะ เลยขอเอาวิธีการเบื้องตันมาแบ่งปันสำหรับคนที่อยากลงองเริ่มต้นตรวจสอบเว็บของตัวเองเสียหน่อยนะครับ
1. ทำการติดตั้ง Claude Desktop + มีบัญชี Claude Pro เพื่อใช้งาน Cowork
2. ทำการติดตั้ง Plugin ผ่านแท็บ Customize ด้านขวาแล้วเลือก Browse Plugins ก่าอนจะเลือก Marketing
3. ทำการ Connect Claude กับ Chrome โดยติดตั้งผ่าน Extension - Claude บน Google Chrome (จะช่วยทำให้ Claude สามารถทำการเปิดเว็บบราวเซอร์และเลื่อนหน้าจอเองได้)
4. เข้า Cowork แล้วเลือกใช้ Plugin SEO Audit (เครื่องหมาย + -> Plugins -> Marketing -> SEO Audit)
5. ทำการเขียน Prompt ประมาณนี้
"ฉันกำลังดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ.......... ช่วยทำการตรวจ SEO ของเว็บไซต์ฉันที่ [URL] พร้อมทั้งเทียบกับคู่แข่งรายอื่นอย่าง [URL ของคู่แข่ง 1], [URL ของคู่แข่ง 2] และช่วยทำรายงานสรุปเรื่อง SEO ของฉัน โดยอยากให้ครอบคลุมเนื้อหาสำคัญคือ
1. ภาพรวมกับทำ SEO ของเว็บไซต์ฉัน
2. จุดบกพร่องที่ต้องดำเนินการแก้ไขในเว็บไซต์ของฉัน
3. จุดที่ควรพัฒนาหรือปรับเพิ่ม
4. คำแนะนำเพื่อทำให้การตลาดผ่านเว็บไซต์ของฉันดียิ่งขึ้น ทั้งในด้านเนื้อหา โครงสร้าง ลำดับของเนื้อหา การใช้หัวข้อต่าง ๆ หรือองค์ประกอบอื่นที่ควรมีในเว็บไซต์
5, แนะนำ Search Keyword ที่ฉันควรโฟกัสเพื่อทำให้เว็บของฉันมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สามารถถามคำถามฉันได้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมก่อนจะดำเนินการวิเคราะห์และให้คำแนะนำ
----------------------------------------------
อย่างที่ผมได้บอกไปในโพสต์ก่อนคือมันไม่ได้ 100% หรือเท่ากับเอเยนซี่เก่ง ๆ ที่เข้าจะเจาะโค้ดของเว็บเราได้ทะลุปรุโปร่งนะครับ แต่เท่าที่ผมได้ลองใช้แล้วก็พบว่ามีหลายอย่างที่ผมพลาด ไม่ทันสังเกตหรือมองข้ามไป ทำให้รายงานดังกล่าวกลายเป็นไกด์เบื้องต้นที่ดีกับการปรับปรุงเว็บไซต์ที่เราใช้อยู่ในทุกวัน อีกทั้ง SME บางคนอาจจะไม่ได้มีงบประมาณสำหรับการว่าจ้างเอเยนซี่มาช่วยดูตรงนี้ด้วยนะครับ
ก็ลองเอาไปใช้กันดูนะฮะ 😃
2
แผนการทำ SEO ใน 90 วัน สำหรับปี 2026 จากรูปภาพที่คุณแนบมา สามารถแบ่งขั้นตอนและแปลเป็นภาษาไทยได้ดังนี้ครับ:
?ช่วงที่ 1: การวางรากฐาน (สัปดาห์ที่ 1-4)
?สัปดาห์ที่ 1
?ตรวจสอบ SEO ของเว็บไซต์อย่างละเอียด ทั้งในหน้าเว็บ (On-page), นอกหน้าเว็บ (Off-page) และด้านเทคนิค (Technical)
?วัดผลประสิทธิภาพปัจจุบัน (โดยใช้ GSC, GA, Ahrefs/SEMRush)
?วิเคราะห์คู่แข่ง (คำค้นหา, เนื้อหา, แบ็คลิงก์)
?สร้างรายการคำค้นหา (Keywords) และวางแผนการจับคู่คำค้นหากับหน้าเว็บ
?สัปดาห์ที่ 2
?อัปเดต Meta titles, descriptions และหัวข้อ (Header) ในหน้าเว็บที่สำคัญ
?แก้ไขปัญหาทางเทคนิค (หน้าเว็บเสีย 404, การเปลี่ยนทิศทางลิงก์, ลิงก์เสีย)
?ปรับปรุงโครงสร้างเว็บไซต์และระบบลิงก์ภายใน (Internal linking)
?สร้างไฟล์ XML sitemap + robots.txt และส่งให้ Google
?สัปดาห์ที่ 3
?ปรับปรุงความเร็วของหน้าเว็บ (Core Web Vitals)
?ตรวจสอบและแก้ไขการแสดงผลบนมือถือ
?ติดตั้งข้อมูลโครงสร้าง (Structured data/Schema) ในหน้าหลัก
?ติดตั้ง HTTPS, แท็ก canonical และแก้ไขเนื้อหาที่ซ้ำซ้อน
?สัปดาห์ที่ 4
?ปรับปรุงเนื้อหาเดิมในหน้าเว็บ (ตามกลุ่มคำค้นหาที่วางแผนไว้)
?เพิ่มส่วนคำถามที่พบบ่อย (FAQs) ในหน้าที่มีคนเข้าชมสูง
?ปรับปรุงรูปภาพ (ใส่ alt text และบีบอัดขนาดไฟล์)
?เริ่มวางแผนเนื้อหาเชิงลึกตามหัวข้อ (Topic clusters)
?ช่วงที่ 2: เนื้อหาและสร้างความน่าเชื่อถือ (สัปดาห์ที่ 5-8)
?สัปดาห์ที่ 5
?เผยแพร่บทความ SEO ใหม่ 2-3 บทความ (เน้นคำค้นหายาวๆ หรือ Long-tail keywords)
?ทำลิงก์ภายในจากบทความใหม่ไปยังหน้าเก่า
?ปรับปรุงเนื้อหาเพื่อให้ติดอันดับ Featured Snippets (เน้นตอบคำถามให้ชัดเจน)
?สัปดาห์ที่ 6
?สร้างหน้าเนื้อหาหลัก (Pillar page) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของกลุ่มเนื้อหา
?สร้างแบ็คลิงก์ที่มีคุณภาพ 3-5 ลิงก์ (เช่น Guest posts หรือการขอแก้ไขลิงก์ในบทความที่เกี่ยวข้อง)
?ทำ Local SEO (ปรับแต่ง Google Business Profile และข้อมูลอ้างอิงท้องถิ่น)
?สัปดาห์ที่ 7
?เผยแพร่บทความเพิ่มอีก 2-3 บทความ พร้อมลิงก์ไปยังหน้าหลัก (Pillar page)
?ติดต่อหาแบ็คลิงก์ (ผ่าน HARO หรือการส่งอีเมลติดต่อโดยตรง)
?สร้างโปรไฟล์โซเชียลมีเดียและกระจายเนื้อหาใหม่ๆ
?สัปดาห์ที่ 8
?อัปเดตบทความเก่าด้วยข้อมูลใหม่ๆ และเพิ่มลิงก์
?สร้างปฏิทินเนื้อหาสำหรับ 60 วันข้างหน้า
?สร้างแบ็คลิงก์ที่มีคุณภาพเพิ่มอีก 3-5 ลิงก์
?ช่วงที่ 3: การเติบโตและการขยายผล (สัปดาห์ที่ 9-12)
?สัปดาห์ที่ 9
?เผยแพร่บทความใหม่ 2-3 บทความ (เน้นคำค้นหาที่ยังขาดไปจากการวิเคราะห์ GSC)
?เพิ่ม Schema ขั้นสูง (เช่น FAQ, HowTo, Product เป็นต้น)
?เริ่มเก็บรวบรวมรีวิวหรือคำนิยมจากลูกค้า
?สัปดาห์ที่ 10
?สร้างแบ็คลิงก์คุณภาพมากกว่า 5 ลิงก์ (เช่น บทความรวบรวมข้อมูล, Guest posts)
?เสริมความแข็งแกร่งให้ลิงก์ภายใน (ผ่าน Content hubs)
?ตรวจสอบการเพิ่มอัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้า (CRO audit) เช่น ปรับปรุงปุ่ม CTA, ฟอร์ม และประสบการณ์ผู้ใช้งาน (UX)
?สัปดาห์ที่ 11
?ปรับปรุงเนื้อหาที่ทำผลงานได้ดีที่สุด (อัปเดตสถิติและรูปภาพประกอบ)
?เน้นคำค้นหารองในหน้าเว็บที่มีอยู่เดิม
?โปรโมตเนื้อหาผ่านอีเมลและช่องทางโซเชียล
?สัปดาห์ที่ 12
?ตรวจสอบผลลัพธ์ SEO อย่างเต็มรูปแบบ (อันดับ, จำนวนผู้เข้าชม, การเปลี่ยนเป็นลูกค้า)
?ระบุหน้าเว็บและคำค้นหาที่ "ชนะ" เพื่อลงทุนทำเพิ่มเป็นสองเท่า
?วางแผนแนวทางการทำ SEO สำหรับ 90 วันถัดไป
3
EveryThing is SEO Google Yahoo MSN / การทำ backlink ง่ายๆ
« Last post by thaitourtalk on January 19, 2026, 09:07:45 AM »
การทำ Backlink นั้นมันเรียบง่ายและไม่ได้มีอะไรซับซ้อน ใช้เงินนำทางอย่างเดียว
1. ไปติดต่อเว็บข่าวดังๆ ติดต่อไปสัก 10 แหล่ง จ่ายเงินให้เขาทำบทความ อวยธุรกิจเรา อวยสินค้าเรา
2. ไปติดต่อพวกเว็บบทความจัดอันดับต่างๆ พวก Top10, My-best, Best brand ทำไปเลยเบาๆ 10 เว็บ จ่ายเงิน ให้เขาเอาสินค้า/บริการ ของเราเข้าไปรวมจัดอันดับด้วย
3. ไปติดต่อเว็บดังๆ เว็บประเภทวาไรตี้ บันเทิง รีวิว ท่องเที่ยว กีฬา ดูดวง เว็บอินฟลูต่างๆ ขอติดแบนเนอร์โฆษณาที่ header หรือ sidebar เพื่อทำลิงก์ส่งกลับมาเว็บเรา ใช้เงินนำทางไปเลย ทำไปเลยอย่างน้อย 10 เว็บ
3. ดูคียเวิร์ดประเภท information ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา คำเหล่านี้เว็บไหนบ้างติดอันดับหน้าแรกอยูุ่ ทัก inbox ไปเจรจาขอติดลิงก์บนหน้านั้นหน่อย โดยมีการให้เงินเป็นสินน้ำใจ
4. ทำ CSR ให้กับหน่วยงานราชการ มูลนิธิ โรงเรียน มหาวิทยาลัย ที่เขามีเว็บไซต์ บริจาคเงิน บริจาคสิ่งของ ทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ อะไรก็ได้ แล้วขอให้หน่วยงานเหล่านั้นเขียนขอบคุณถึงเราบนเว็บของเขาและใส่ลิงก์ส่งกลับมาที่หน้าแรกเว็บเราด้วย
ส่วนพวกบริการที่บอกว่ารับทำ 100 link 3000 บาท ส่วนใหญ่พวกนี้คือหลอกเรานั้นเอง
การทำ Backlink มันจึงง่ายนิดเดียว เอาเงินทุ่มไปเลยแค่นั้น จบข่าว...

Thank you โพสต์ของ SEO และ Word Press b y พั ด วี
4
EveryThing is SEO Google Yahoo MSN / เช็คเว็บไซต์ seo
« Last post by thaitourtalk on January 08, 2026, 09:34:09 AM »
DevTools ลับๆ ที่ช่วยจับบั๊กเว็บเร็วขึ้นใน 5 นาที: Network + Performance + Lighthouse ใช้ร่วมกันให้ปัง 🧰?
หลายคนเปิด DevTools แล้วดูแค่ Console
แต่บั๊กที่ทำให้เว็บช้า โหลดค้าง หรือ ?บางเครื่องเป็น บางเครื่องไม่เป็น? มักซ่อนอยู่ใน 3 แท็บนี้
Network + Performance + Lighthouse ถ้าไล่เป็นลำดับ จะหาสาเหตุได้เร็วแบบเป็นระบบ
นาทีที่ 1: เริ่มที่ Network ตั้งค่าก่อนจับจริง
เปิด DevTools แล้วไปที่ Network
ติ๊ก Preserve log เพื่อเก็บรายการ request ตอนหน้าเปลี่ยน/redirect
ติ๊ก Disable cache เพื่อกันผลหลอกจาก cache ตอนดีบั๊ก
ตั้ง Throttling เป็น Fast 3G หรือ Slow 4G เพื่อจำลองโลกจริง
แล้วกด Hard reload (กดค้างปุ่มรีเฟรช แล้วเลือก Empty cache and hard reload)
นาทีที่ 2: อ่าน Network แบบคนจับบั๊ก ไม่ใช่คนดูกราฟ
มอง 4 จุดนี้ก่อน
1) Status แปลกๆ 304/401/403/404/500 ที่โผล่เฉพาะบางครั้ง
2) Size ที่ ?ใหญ่ผิดปกติ? เช่นภาพ 4MB หรือ JS bundle 2MB
3) Waterfall ช่องว่างยาวๆ ก่อนเริ่มโหลด มักเกี่ยวกับ DNS/TCP/TLS หรือ request ไปติดคอที่อื่น
4) Initiator บอกว่า request นี้ถูกยิงจากไฟล์/บรรทัดไหน (ช่วยตัดวงจรไล่หาโค้ดต้นเหตุ)
ทริคที่คนไม่ค่อยรู้
คลิก request แล้วดูแท็บ Timing
ถ้า TTFB สูงมาก แปลว่าเซิร์ฟเวอร์ตอบช้า หรือมีคิว/แคชพลาด ไม่ใช่ ?ไฟล์ใหญ่? อย่างเดียว
ถ้า Stalled/Queueing สูง แปลว่ามี request เยอะจนชนเพดาน (ต่อโดเมนมีลิมิต) หรือ service worker/extension แทรก
นาทีที่ 3: ต่อด้วย Performance เพื่อจับ ?ค้าง? ที่ Network มองไม่เห็น
ไปแท็บ Performance แล้วกด Record
ทำสิ่งที่ผู้ใช้ทำจริง เช่นเปิดหน้า กดปุ่ม ค้นหา เลื่อน
หยุด Record แล้วมอง 3 อย่าง
1) Main thread ยาวเป็นสีเหลือง/ม่วงต่อเนื่อง แปลว่า JS ทำงานหนักจน UI ไม่ตอบสนอง
2) Long task เกิน 50ms มักทำให้คลิกแล้วหน่วง
3) Layout/Style recalculation ถี่ๆ มักมาจาก DOM เปลี่ยนเยอะ หรืออ่าน-เขียน layout สลับไปมา
ตัวอย่างบั๊กยอดฮิต
ปุ่มกดแล้วหน่วง 1-2 วิ แต่ Network ไม่มีอะไร
Performance มักจะเห็น long task จากการ render list ใหญ่ๆ หรือ JSON parse หนัก
แนวแก้ไวๆ เช่น
เลื่อนงานหนักไปหลัง interaction (requestIdleCallback / setTimeout)
ทำ virtual list
แยกงานเป็น chunk เล็กๆ
นาทีที่ 4: เปิด Lighthouse เพื่อสรุป ?ภาพใหญ่? แบบจับประเด็นให้ครบ
Lighthouse ไม่ได้มีไว้โชว์คะแนนอย่างเดียว
ใช้เป็น checklist ว่าเราพลาดอะไรอยู่
แนะนำให้รัน 2 รอบ
รอบแรก Mobile + Performance
รอบสอง Best Practices + SEO (ถ้าเป็นเว็บ public)
ดูหัวข้อที่คุ้มสุดต่อเวลา
Largest Contentful Paint ชี้เป้าของ ?ของใหญ่สุดที่ผู้ใช้รอ? (มักเป็นรูป hero หรือ block แรก)
Total Blocking Time ชี้ว่า JS บล็อก UI แค่ไหน (โยงกลับ Performance ได้ตรงๆ)
Properly size images / Serve images in next-gen formats ช่วยลด MB แบบเห็นผล
Eliminate render-blocking resources ชี้ไฟล์ที่ทำให้หน้าเริ่มวาดช้า
นาทีที่ 5: เอา 3 แท็บมาประกบกันเป็นเส้นเรื่องเดียว
เริ่มจาก Lighthouse บอกปัญหาอะไรหนักสุด
ย้อนไป Network หา request ตัวการ (ไฟล์ใหญ่ ช้า หรือยิงซ้ำ)
แล้วไป Performance ดูว่าหลังโหลดเสร็จ ยังมี long task หรือ reflow ทำให้หน่วงต่อหรือไม่
สูตรจำง่าย
Lighthouse ชี้ ?อาการ?
Network ชี้ ?ไฟล์/ปลายทาง?
Performance ชี้ ?ช่วงเวลาที่ค้างบนเครื่องผู้ใช้?
โบนัส: เช็คลิสต์ 30 วินาทีที่ช่วยลดเวลาหาบั๊กครึ่งหนึ่ง
ดูว่ามี request ซ้ำๆ ทุกครั้งที่คลิก (มักเกิดจาก effect ทำงานซ้ำ)
ดูว่า JS bundle โหลดหลายก้อนไหม และก้อนแรกใหญ่ไปหรือเปล่า
ดูว่ามี font โหลดช้าแล้วทำให้ตัวหนังสือกระตุก (FOIT/FOUT)
ดูว่าใช้ third-party script เยอะไหม (แอด แชท analytics) เพราะมักเป็นตัวป่วนเงียบๆ
พอจับเป็นระบบแบบนี้ ต่อให้บั๊กโผล่แค่บนเน็ตช้า หรือเครื่องกลางๆ ก็ไล่เจอได้ในไม่กี่นาที
เก็บเป็นนิสัย แล้ว DevTools จะกลายเป็น ?เรดาร์? มากกว่า ?ที่ไว้เปิด Console? 🚀
5
บริษัท แนปเทค จำกัด
บริษัทขาย ตู้แร็ค ยอดขายอันดับหนึ่ง ในไทย
คุณภาพมาตรฐารส่งออกทั่วโลก ราคาโรงงาน
พร้อมการรับประกันตู้แร็ค ยาวนานมากถึง 30 ปี
ส่งทั่วไทย และส่งฟรีในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และใกล้เคียง
ขายตู้แร็ค Close Rack, Server Rack, Cabinet Rack, Wall Rack, Open Rack
ทุกขนาด 6u 9u 12u 15u 27u 36u 27u 45u
สนใจขอใบเสนอราคาหรือรายละเอียดข้อมูลสินค้า ติดต่อ
โทร 093-265-1555 , 02-108-6808
ADD LINE ID @RACKTHAI (มี @ ด้านหน้า)

www.RackServerTH.com
6
Other / Wall Rack6u ราคาประหยัด
« Last post by thaitourtalk on November 13, 2025, 06:08:07 PM »


Wall Rack 6u ราคาประหยัด พร้อมส่งฟรีกทม

สนใจติดต่อ

093-265-1555

LINE ID : @RACKTHAI

หรือ

http://rack6u.com/

http://rack6u.com/
7
EveryThing is SEO Google Yahoo MSN / รวม backlink
« Last post by thaitourtalk on October 10, 2025, 07:08:16 AM »
รวม Backlink ฟรี ฐานรากของอำนาจโดเมน ที่เราสร้างเองได้ทั้งหมด
วิธีการเพิ่มอำนาจให้กับโดเมนในช่วงเริ่มต้น คือไล่เก็บทุกเว็บไซต์ฟรี ที่เปิดพื้นที่ให้เราเข้าไปแปะลิงก์ หรือสร้างบทความส่งลิงก์กลับมาได้
1. เว็บบอร์ดและคอมมูนิตี้ไทย
- พันทิป
- Dek-D
- Wongnai
- Blogdit
- Bloggang
- Postjung
- Lemon8
เข้าไปสร้างกระทู้ให้ความรู้ที่เกี่ยวกับสินค้า หรือบริการของเรา
2. สร้างลิงก์โปรไฟล์ (Profile Link)
ใส่ลิงก์เว็บไซต์ของคุณในหน้าโปรไฟล์ทุกที่ ที่คุณมีบัญชีอยู่ เพราะโปรไฟล์เหล่านี้มักมี DR สูงและถูก Google เก็บข้อมูลเป็นประจำ
-Link in Bio
HeyLink, Linktree, Lnk .bio, LittleLink, Pageof .link, solo .to, shor .by
- Profile Page
About .me, Behance, Crunchbase, GitHub, Gravatar
- Social Platform
Facebook Page, LinkedIn, X (Twitter), Instagram, Pinterest, YouTube, TikTok, Reddit, Tumblr, Quora, Medium, Behance
3. ใช้แหล่ง Backlink ฟรีระดับสากล (DR สูง)
Tier 1: The Untouchables (DR 90+)
- LinkedIn Articles (DR98) ? บทความติดอันดับเร็วมาก
- GitHub Pages (DR93) ? เหมาะกับสายเทคนิค / SaaS
- Medium (DR94) ? โพสต์เนื้อหาได้ทุกประเภท
- Reddit (DR91) ? ควรใช้ให้แนบเนียนในโพสต์คุณภาพ
- Behance (DR93) ? เหมาะสำหรับสายดีไซน์ / ครีเอทีฟ
Tier 2: The Rising Stars (DR 85?90)
- Substack (DR87) ? ทำ Newsletter + SEO ไปพร้อมกัน
- Notion (DR89) ? Public Page ติดอันดับไว
- Quora Spaces (DR90) ? ตอบคำถามพร้อมใส่ลิงก์
- Dev .to (DR88) ? สำหรับสาย Tech / Web Developer
- Slideshare (DR95) ? อัปโหลดสไลด์ติดอันดับหน้าแรก
- Pinterest (DR94) ? ลิงก์ภาพที่เชื่อมกับหน้า Landing Page
Tier 3: The Hidden Gems (DR 80?85)
- Speaker Deck (DR89) ? สร้างสไลด์พร้อมลิงก์
- media (DR82) ? รับบทความทั่วไป
- Issuu (DR90) ? เอกสาร / Catalog ติดอันดับเร็ว
- Hackernoon (DR84) ? สำหรับสาย Tech และ Crypto
- Gumroad (DR88) ? หน้าขายสินค้าติดอันดับ
- Typeform (DR84) ? แบบสอบถามที่ติดหน้า Google ได้
- Loom (DR85) ? วิดีโอพร้อมคำอธิบายที่มีลิงก์ได้
4. แหล่ง Backlink เฉพาะทาง (Job Board / Local CSR / Government)
อีกแนวทางที่หลายคนมองข้าม แต่ทรงพลังมาก คือการสร้าง ?ลิงก์จากหน่วยงานต่างๆ? โดยเฉพาะโดเมนนามสกุล .th เช่น
- เว็บไซต์ อบต. / เทศบาลตำบล (สามารถเข้าไปตั้งกระทู้ให้ความรู้ หรือแชร์บทความได้)
- เว็บรับสมัครงาน เราสามารถเข้าไปโพสสมัครงานทิ้งไว้ เพื่อใส่ลิงก์ส่งกลับมายังเว็บของเราได้
- โครงการ CSR กับโรงเรียน / วัด / มูลนิธิ / หน่วยงานราชการ (ได้ backlink จาก .th / .ac .th / .or .th)
- เว็บโรงพยาบาล ที่เปิดให้โพสต์ความรู้สุขภาพหรือบทความ PR
คำแนะนำเพิ่มเติม
ผมทำหน้าที่แค่รวบรวมรายชื่อเว็บมาให้ดูเป็นไอเดียกรอบงานที่ฝ่าย Backlink ต้องทำเท่านั้น พวกเราต้องไปหาวิธีเข้าไปโพสบทความยังแหล่งลิงก์ฟรีต่างๆ กันต่อเองนะ ลิงก์ฟรี ทำไปเยอะๆ ได้เลย ไม่มีอะไรที่เสียหาย แต่ก็ต้องออกแรงกันสักหน่อยครับ

https://www.facebook.com/100063484467014/posts/1413448070781328/?rdid=YTQNsTv1beWmq1Pw#
8
Skip to content
บริหารงานแบบคนไอที
Google sheets | Productivity | Notion | Tech &  App Review
Google Sheets Template
Google Sheets Tip
Appsheet Template
Airtable Template
Notion
Tech and Apps Review
Productivity Hack


แจก Script ระบบจัดการ Google Calendar ผ่าน Line
adminMay 22, 20252 Commentson แจก Script ระบบจัดการ Google Calendar ผ่าน Line

อยากจะจัดการอีเวนต์ใน Google  Calendar แต่ต้องสลับแอปไปมาให้วุ่นวาย?
หรืออยากให้ทีมงานในกลุ่ม LINE เห็นตารางงานประจำวันใน Google Calendar ได้โดยอัตโนมัติทุกเช้า?
โพสนี้ผมจะมาแจก Script ที่สามารถเชื่อมต่อ Google Calendar เข้ากับ LINE ได้อย่างง่ายดาย จัดการทุกอย่างได้ผ่านแอป LINE ที่ใช้งานอยู่เป็นประจำ!

ประโยชน์ของ Script นี้

รับการแจ้งเตือนตารางงานประจำวันใน LINE: ระบบจะแจ้งให้ทราบว่าวันนี้มีอีเวนต์หรืองานอะไรบ้างในตอนเช้า
เพิ่ม/ลบอีเวนต์ผ่าน LINE ได้ทันที: ไม่ต้องเปิดแอป Google Calendar สามารถพิมพ์คำสั่งใน LINE เพื่อสร้างหรืองานได้เลย
ทีมงานรับทราบข้อมูลพร้อมกัน: หากใช้ในกลุ่ม LINE สมาชิกในกลุ่มจะเห็นการเพิ่มหรือลบอีเวนต์ใหม่ๆ ได้ทันที
สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มต้นปรับแต่ง Script

Calendar ของ Google Calendar ที่ต้องการจะเชื่อมกับระบบใน Script
บัญชี LINE Official Account (LINE OA)
หลักจากที่เตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วให้เราทำการสร้าง Script ใหม่ขึ้นมาใน Google App Script โดยการพิมพ์ script.new ที่ url ของ browser ก็จะพาทุกคนมาที่หน้านี้


Screenshot
หลักจากนั้นให้ทำการ copy script ด้านล่างนี้ไปวางที่หน้า Google App Script ของเราได้ทันที
โดย Script นี้จะเป็น script ที่ช่วยให้เราสามารถทำการเพิ่ม ลบ Event ในปฏิทิน Google Calendar ของเราผ่านทางไลน์

// === CONFIG ===
const LINE_TOKEN = 'YOUR_LINE_CHANNEL_ACCESS_TOKEN';
const LINE_USER_ID = 'YOUR_LINE_USER_ID'; // สำหรับ push message (กรณีส่งสรุป event รายวัน)
const CALENDAR_ID = 'primary'; // ใช้ 'primary' หรือ calendar ID เฉพาะก็ได้

// === MAIN ===
function doPost(e) {
  const data = JSON.parse(e.postData.contents);
  const message = data.events[0].message.text.trim();

  // ? ถ้าไม่ขึ้นต้นด้วย "สร้าง :" หรือ "ลบ :" ? ไม่ตอบอะไรเลย
  if (!message.startsWith("สร้าง :") && !message.startsWith("ลบ :")) return;

  const calendar = CalendarApp.getCalendarById(CALENDAR_ID);

  // === 🗑 ลบ Event ===
  if (message.startsWith("ลบ :")) {
    const deleteName = message.match(/ลบ ?: ?(.*)/)?.[1]?.trim();
    if (!deleteName) return;

    const today = new Date();
    const next7 = new Date();
    next7.setDate(today.getDate() + 7);
    const events = calendar.getEvents(today, next7);
    const eventToDelete = events.find(e => e.getTitle() === deleteName);

    if (eventToDelete) {
      eventToDelete.deleteEvent();
      replyToLine(data, `🗑? ลบ Event "${deleteName}" เรียบร้อยแล้ว`);
    } else {
      replyToLine(data, `?? ไม่พบ Event ชื่อ "${deleteName}" ใน 7 วันข้างหน้า`);
    }
    return;
  }

  // === ? สร้าง Event ===
  const name = message.match(/สร้าง ?: ?(.*)/)?.[1]?.trim();
  const timeOnly = message.match(/(?:^|\n)เวลา ?: ?([0-9]{4}-[0-9]{2}-[0-9]{2})/)?.[1]?.trim();
  const start = message.match(/(?:^|\n)เวลาเริ่ม ?: ?(.*)/)?.[1]?.trim();
  const end = message.match(/(?:^|\n)เวลาจบ ?: ?(.*)/)?.[1]?.trim();

  if (!name) {
    replyToLine(data, "?? กรุณาระบุชื่อ Event เช่น:\nสร้าง : ไปส่งของ");
    return;
  }

  if (start && end) {
    // ? แบบมีเวลา
    const startDate = new Date(start);
    const endDate = new Date(end);
    if (isNaN(startDate.getTime()) || isNaN(endDate.getTime())) {
      replyToLine(data, "?? เวลาไม่ถูกต้อง กรุณาใช้:\nเวลาเริ่ม : yyyy-mm-dd HH:mm\nเวลาจบ : yyyy-mm-dd HH:mm");
      return;
    }
    calendar.createEvent(name, startDate, endDate);
    replyToLine(data, `? สร้าง Event "${name}" เวลา ${formatTime(startDate)} - ${formatTime(endDate)} เรียบร้อยแล้ว`);
    return;
  }

  if (timeOnly) {
    // ? แบบทั้งวันในวันที่ระบุ
    const date = new Date(timeOnly);
    if (isNaN(date.getTime())) {
      replyToLine(data, "?? วันที่ไม่ถูกต้อง โปรดใช้รูปแบบ: เวลา : yyyy-mm-dd");
      return;
    }
    calendar.createAllDayEvent(name, date);
    replyToLine(data, `? สร้าง Event "${name}" แบบทั้งวันในวันที่ ${formatDate(date)} เรียบร้อยแล้ว`);
    return;
  }

  // ? แบบทั้งวันวันนี้
  calendar.createAllDayEvent(name, new Date());
  replyToLine(data, `? สร้าง Event "${name}" แบบทั้งวันในวันนี้เรียบร้อยแล้ว`);
}

// === 🔁 ส่งข้อความกลับ LINE ===
function replyToLine(data, msg) {
  const replyToken = data.events[0].replyToken;
  const payload = {
    replyToken: replyToken,
    messages: [{ type: 'text', text: msg }]
  };

  UrlFetchApp.fetch('https://api.line.me/v2/bot/message/reply', {
    method: 'post',
    contentType: 'application/json',
    headers: {
      Authorization: 'Bearer ' + LINE_TOKEN
    },
    payload: JSON.stringify(payload)
  });
}

// === 🕓 ฟอร์แมตเวลา/วันที่ ===
function formatTime(date) {
  return Utilities.formatDate(date, "Asia/Bangkok", "HH:mm");
}

function formatDate(date) {
  return Utilities.formatDate(date, "Asia/Bangkok", "yyyy-MM-dd");
}

หลังจากนั้นเราจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนค่า 3 ค่าด้านบนสุดก่อนดังต่อไปนี้

ค่า LINE_TOKEN ให้เราใส่ค่า Channel Access token จากหน้า Line Developer
ค่า LINE_USER_ID เป็น id ของกลุ่มหรือ user line ที่จะให้ script ส่งข้อความแจ้งเตือนไป โดยเราสามารถนำ link webhook จาก webhook.site ไปผูกใน lineOA แล้วให้ใช้ user ที่เราต้องการจะส่งข้อมูลทักเข้าไปเพื่อแสดง userID ของ user นั้นๆได้เลย
ค่า CALENDAR_ID ให้เราไปที่ Google Calendar ที่เพิ่งสร้าง คลิกจุด 3 จุดข้างชื่อปฏิทิน เลือก ?การตั้งค่าและการแชร์? เลื่อนลงมาจะเจอ ?รหัสปฏิทิน?
หลังจากที่เราเปลี่ยนค่าเรียบร้อยแล้วให้คลิกที่ ?การทำให้ใช้งานได้? และเลือก ?การทำให้ใช้งานได้รายการใหม่? เพื่อทำการสร้าง link สำหรับนำไปผูกใน webhook ในหน้า Line Developer ได้เลย


Screenshot
แค่นี้ระบบของเราก็สามารถใช้งานได้แล้ว โดยเคสในการใช้งานสามารถสั่งงานผ่านไลน์ของเราได้ดังต่อไปนี้เลย

รูปแบบ   ตัวอย่างข้อความใน LINE
? ทั้งวันวันนี้   สร้าง : เข้าร้านเร็ว
? ทั้งวันวันที่กำหนด   สร้าง : ไปส่งของ
เวลา : 2025-05-22
? มีเวลาเริ่ม/จบ   สร้าง : ประชุมทีม
เวลาเริ่ม : 2025-05-22 13:00
เวลาจบ : 2025-05-22 14:30
🗑 ลบ Event   ลบ : ประชุมทีม
ส่วนในกรณีต้องให้ระบุแจ้งเตือน Event ประจำวันเราสามารถทำการเพิ่ม script ดังต่อไปนี้ต่อในหน้า script ของเราได้ทันที

function sendDailyEvents() {
  const calendar = CalendarApp.getCalendarById(CALENDAR_ID);
  const today = new Date();
  const events = calendar.getEventsForDay(today);

  if (events.length === 0) {
    sendLinePush("📅 วันนี้ไม่มี Event นะครับ");
    return;
  }

  let msg = "📅 Event วันนี้:\n";
  events.forEach(event => {
    msg += `\n🕒 ${event.getTitle()}\nเวลา: ${formatTime(event.getStartTime())} - ${formatTime(event.getEndTime())}`;
  });

  sendLinePush(msg);
}

function sendLinePush(msg) {
  const payload = {
    to: LINE_USER_ID,
    messages: [{ type: 'text', text: msg }]
  };

  UrlFetchApp.fetch('https://api.line.me/v2/bot/message/push', {
    method: 'post',
    contentType: 'application/json',
    headers: {
      Authorization: 'Bearer ' + LINE_TOKEN
    },
    payload: JSON.stringify(payload)
  });
}
หลังจากนั้นเราก็สามารถทำการ Run function sendDailyEvents เพื่อทำการส่งข้อมูล event ทั้งหมดในวันนี้เข้า line ได้ทันที

โดยถ้าต้องการให้ระบบ Google App Script ทำการ run function sendDailyEvents ให้เราแบบอัตโนมัติ ก็ให้เราทำการสร้าง trigger ได้ที่บริเวณนี้ของหน้า Google App Script


Screenshot
หวังว่าโพสต์นี้จะเป็นประโยชน์นะครับ ลองนำไปตั้งค่าและใช้งานกันดู!

โดยถ้าต้องการดูวิธีการทำระบบจัดการ Google Calendar ผ่าน Line แบบ step by step ก็สามารถดูได้ที่คลิปดังต่อไปนี้เลยครับ

💳 ชอบคลิปที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแบบนี้สามารถสมัครสมาชิกช่องได้ที่
https://www.youtube.com/channel/UChxmhkD8uSSzUOkfMO_p5oQ/join

🎥 อุปกรณ์ที่ผมใช้

กล้อง Sony ZV-E10 kit 16-50mm
Mouse Logitech MX Master 3s
MacBook Air M2
ไมค์ wireless Saramonic Blink 500
เก้าอี้ Anda Seat X-Air Pro Ergonomic Gaming Chair
แขนจับจอ Anda Seat Stealth A6L Ergonomic Monitor Arm
ไมโครโฟน AKG Lyra
ไฟส่องหน้าจอ Xiaomi Light Bar

<span class="nav-subtitle screen-reader-text">Page</span>

Previous Post
สร้างแอพพลิเคชั่นแบบไม่ต้องเขียนโค๊ด ด้วย CanvaAI และ Firebase

Next Post
แจกฟรี! ระบบบริหารจัดการรถขนส่ง v2025
Related Posts

แชร์ 9 เทคนิคการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยี ที่ช่วยให้ผมเรียนรู้ได้ตลอดปี 2024 แม้จะว่าจะสุดยุ่งวุ่นวาย!
โพสนี้จะมาแชร์เทคนิคและเทคโนโลยีต่างๆ ที่ช่วยให้ผมสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา จนสามารถอ่านหนังสือจนจบได้กว่า 10 เล่ม รวมทั้งเรียนรู้ในเรื่องต่างๆได้พร้อมกันในตลอดปี 2024 นี้ครับ
adminJan 4, 2025
2 Comments
Kelvin
May 31, 2025 at 2:47 pm
I tried to run function sendDailyEvents() { and function sendLinePush(msg) {, but when i click run, it show error as below:

Exception: Request failed for https://api.line.me returned code 401. Truncated server response: {?message?:?Authentication failed. Confirm that the access token in the authorization header is valid.?} (use muteHttpExceptions option to examine full response)
sendLinePush @ Code.gs:128

I dont know how to fix, please kindly help suggest.

Reply
admin
June 2, 2025 at 9:54 pm
Seem there is something wrong with your token, try reissue your token and update your script again.

Reply
Leave a Reply
Your email address will not be published. Required fields are marked *

Comment
*

Name
*

Email
*

Website

 Save my name, email, and website in this browser for the next time I comment.

Are you human? Please solve:Captcha



Google Sheets Template
Google Sheets Tip
Notion
Appsheet Template
Airtable Template
บริการออกแบบเว็บไซต์
9
วันนี้ได้ลองระบบ VMS (vehicle monitoring system) สำหรับรถยนต์ทะเบียนไทยที่จะเข้ามาเลเซียแล้ว ขอแชร์ค่ะว่าขั้นตอนเป็นไงบ้าง
1) ระบบ VMS นี้จะเริ่มใช้จริงวันที่ 1 มกรานี้เป็นต้นไป แต่ช่วงนี้ทดลองใช้ก่อนที่ด่านมาเลเซียฝั่งเบตง  เป็นระบบของศุลกากร มาเลเซีย  ส่วน ICP หรือป้ายวงกลมชั่วคราวของมาเลเซียก็ยังคงต้องทำเหมือนเดิมกับทาง JPJ เมื่อจะเข้ามาเลเซีย
2) เอกสารที่ต้องใช้คือ 
     - พาสปอร์ต
     - ทะเบียนรถที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ
     - ประกันภัยรถยนต์ของมาเลเซีย
3) เข้าเวบ https://vms.customs.gov.my/ เพื่อลงทะเบียนก่อน  จากนั้นลอคอินเข้าใช้งาน และกรอกข้อมูลตามที่กำหนดไว้
กรอกเสร็จแล้วก็กดปุ่ม submit จากนั้น ก็จะได้ เอกสารที่มี QR code อยู่มุมด้านบน จะปรินต์เก็บไว้หรือเก็บในมือถือก็ได้
4) นำเอกสารที่มี QR code นี้ให้เจ้าหน้าที่สแกน ก็เสร็จสิ้นกระบวนการ
5) รถทะเบียนไทยให้สิทธิใช้ในมาเลเซียแต่ละครั้งได้ไม่เกิน 3 เดือน  ระบบนี้จะตรวจสอบได้ว่ารถแต่ละคันอยู่เกินกำหนดหรือไม่
6) เมื่อจะนำรถกลับไทยก็ต้องโชว์ QR Code ให้เจ้าหน้าที่สแกนว่ามีการนำรถออกจากมาเลเซียแล้ว
7) แต่ถ้าจะนำรถเข้าไปอีก ก็ต้องสแกน QR code อีกครั้ง โดยเราต้องอัพเดทวันหมดอายุของกรมธรรม์ประกันภัยใหม่ที่ซื้อ
😎 คนที่มีวีซ่าสามารถซื้อประกันได้นานสุด 6 เดือน แต่ต้องนำรถเข้ามารีนิว ICP และ VMS ทุกสามเดือน
สรุป ต้องเจอกับเจ้าหน้าที่ 3 หน่วย คือ 1) จนท ของ JPJ ในการทำใบ ICP  2) อิมเมเกรชั่นในการจอปพาสปอร์ต  และ 3) ศุลกากรหรือ Custom ที่จะตรวจของในรถอยู่แล้ว เพื่อให้สแกนระบบ VMS
10
ล้างลิ้นปีกผีเสื้อเสร็จ ก็ทำตามนี้ได้เลยครับ

Step 01 : บิดกุญแจ Off
Step 02 : ถอดขั่วแบต ขั่วลบนะครับ
Step 03 : บิดกุญแจ On
Step 04 : เปิดไฟหน้า ทิ้งไว้ 10 นาที [เปิดไว้แต่ไฟหน้าไม่ติดหรอกครับ ต้องการให้มันกินกระแสไฟฟ้าให้หมดไม่เหลือสำรองไปเลี้ยง ECU]
Step 05 : หลังจาก 10 นาที ก็ปิดไฟหน้า
Step 06 : บิดกุญแจ Off
Step 07 : ใส่ขั่วแบต ขั่วลบที่ถอดมานั้นแหละกลับเข้าทีครับ
Step 08 : บิดกุญแจ On
Step 09 : กดคันเร่งให้สุด และ ปล่อย ทำ 2 ครั้ง
Step 10 : กดเบรคให้สุด และ ปล่อย ทำ 2 ครั้ง
Step 11 : บิดกุญแจ Off
Step 12 : Start เครื่อง
Step 13 : กดคันเร่งและเลี้ยงรอบประมาณ 2000 รอบ โดยที่ไม่เปิดแอร์ และให้สังเกตุ พัดลมหม้อน้ำทำงาน 2 รอบ
Step 14 : ปล่อยเครื่องเดินเบา สักครู่ 2 นาที และดับเครื่อง
Step 15 : Start เครื่อง แล้วเปิดแอร์ ปล่อยเครื่องเดินเบาไปสัก 5 นาที
Step 16 : ดับเครื่อง ตอนนี้ ECU เรียนรู้ค่าเริ่มต้นครบหมดแล้ว
Step 17 : สามารถใช้งานปกติได้แล้ว และถ้าต้องการให้รถขับแบบ style ไหนก็นำไปใช้งานเลย และอย่างลืมตังกระจก
Pages: [1] 2 3 ... 10